Schedule: เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
การดูแลไข้ในเด็ก

การดูแลไข้ในเด็ก

1). ข้อมูลเบื้องต้น ไข้เป็นปฎิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในหรือสิ่งแปลกปลอมที่ได้รับเข้าไป อาการของเด็กมีไข้ มีอาการตัวร้อน วัดอุณหภูมิร่างกายได้สูงกว่า 37.5 ํC การดูแลเด็กเมื่อมีไข้ ในรายที่มีไข้ต่่าๆ รู้สึกตัวดี ไม่ซึม ไม่จ่าเป็นต้องทานยาลดไข้ เพียงแต่เช็ดตัวให้บ่อยๆ ดื่มน้่ามากๆ ก็เพียงพอ ในรายที่มีไข้สูงหรืออุณหภูมิร่างกายสูงกว่า หรือเท่ากับ 38 ํC ควรใช้วิธีการเช็ดตัวลดไข้ร่วมกับยาลดไข้ตามค่าสั่งแพทย์ การให้ยาลดไข้ในเด็ก การเช็ดตัว 2-3 ครั้งแล้วไข้ไม่ลดหรือวัดไข้แล้วอุณหภูมิสูงกว่า 38.5 ํC ตั้งแต่แรกควรให้ทานยาลดไข้ตามค่าสั่งแพทย์ การทานยาลดไข้แต่ละมื้อ ควรห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง/ 6 ชั่วโมง/ หรือ 8 ชั่วโมง ตามชนิดของยาลดไข้ตามค่าสั่งแพทย์ เมื่อไข้ลดให้หยุดทานยา ไม่ให้ทานติดต่อกันหลายวัน เพราะจะมีอันตรายต่อตับ 2). ทางเลือกอื่นในการรักษา ไม่มี 3). ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการตรวจรักษา การมีไข้ ถ้าเด็กที่เคยมีประวัติชักจากไข้สูงมาก่อน ท่าให้มีโอกาสชักซ้่าจากไข้สูงได้ และในเด็กที่ไม่เคยมีประวัติชักจากไข้สูงมาก่อน ถ้ามีไข้สูงก็มีภาวะเสี่ยงชักจากไข้สูงได้เหมือนกัน ในขณะที่เด็กชัก การดูแลทางเดินหายใจให้โล่งเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจให้สะดวกเป็นสิ่งส่าคัญอันดับแรก โดยปฐมพยาบาลให้นอนราบ ศีรษะตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือศีรษะต่่า […]

อ่านรายละเอียด
ผู้ชายวัยทอง (Andropause)

ผู้ชายวัยทอง (Andropause)

ผู้ชายวัยทอง (Andropause) ผู้ชายวัยทอง (partial androgen deficiency in aging male) (PADAM) หมายถึง ผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 40 – 65 ปี ที่เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของระบบสืบพันธุ์ คือ การเสื่อมของอัณฑะทำให้ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน และเทสทอสเตอโรนค่อยๆลดลงจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆในระบบร่างกาย และจิตใจ อาการผู้ชายวัยทอง ระบบประสาทอัตโนมัติ มีอาการร้อนวูบวาบ (hot flash) แต่เกิดในบางรายเท่านั้น และมีความรุนแรงน้อยกว่าผู้หญิงวัยทอง อาการมักเกิดประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงค่อยๆหายไป มีอาการเหงื่อ อาการหนาวสั่น ทำให้นอนไม่หลับ ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ผลจากระดับฮอร์โมนเทสทอสเตอโรนต่ำ ทำให้มีการเพิ่มระดับไขมันคอเลสเตอรอล แอลดีแอลคอเรสเตอรอล (LDL – cholesterol) ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) จนมีการสะสม และอุดตันหลอดเลือด หลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก กล้ามเนื้อทั่วร่างกายมีลักษณะลีบ และเล็กลง อ่อนเพลียง่าย […]

อ่านรายละเอียด
ผู้หญิงวัยทอง

ผู้หญิงวัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause)

ผู้หญิงวัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause) “วัยทอง” หมายถึง วัยของผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุในช่วง 40-59 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างวัยเจริญพันธุ์และวัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ความสามารถในการผลิตฮอร์โมนเพศลดน้อยลงจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และมีโอกาสเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพได้ง่าย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น “สตรีวัยทอง” หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู หมายถึง สตรีในวัย 40 – 59 ปี ที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน ซึ่งทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามมา แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนหมดประจำเดือน (perimenopause) เป็นระยะเริ่มของการหมดประจำเดือนทำให้สตรีมีประจำเดือนมาผิดปกติ ร่วมกับมีอาการทางร่างกาย เช่น ร้อนวูบวาบ มึนศีรษะ อ่อนเพลีย อารมณ์จะแปรปรวน ซึ่งระยะนี้จะเกิดประมาณ 2-3 ปี ระยะหมดประจำเดือน (menopause) เป็นระยะที่เริ่มตั้งแต่การหมดประจำเดือนมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี ระยะหลังหมดประจำเดือน (postmenopause) เป็นระยะที่เริ่มตั้งแต่หลังหมดประจำเดือนมาแล้ว 1 ปี […]

อ่านรายละเอียด
ลดหวาน ลดโรค ทำได้อย่างไร ?

ลดหวาน ลดโรค ทำได้อย่างไร ?

ทานอาหารหวาน มานาน รู้สึกติด เลิกยาก ถ้าไม่ได้ทานจะรู้สึกหงุดอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ทำอย่างไร ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ หรือ ชา เครื่องดื่มสมุนไพร ไม่ใส่น้ำตาล ดื่มอย่างน้อย 8 แก้ว/วัน ช่วยกำจัดของเสีย ให้ความชุ่มชื้นกับ เซล ค่อยๆลดน้ำตาลลงทีละนิดเพื่อให้ลิ้นปรับสภาพ บ้วนปาก /แปลงฟันทุกครั้งหลังทานอาหาร ทาน ผักผลไม้แทนของหวาน น้ำตาลฟรุกโทส กลูโคส ทำให้รู้สึกสดชื่น มีเกลือแร่ วิตามิน ไฟเบอร์ทำให้อยู่ท้อง อิ่มนาน ลดความหิวและทานแป้งได้น้อยลง อ่านฉลากทุกครั้ง น้ำตาล น้ำผึ้ง คอรนไซรับ เมเปิลไซรับ แลคโตส กลูโคส ซูโคส เด็กโตส ทานอาหาร 3 มื้อให้ตรงเวลา ลดการทาน แป้งและคาร์โบไฮเดรต เพิ่มสัดส่วน ผักและโปรตีน เก็บของหวานไว้ไกลตัว ไม่ควรซื้อมาเก็บไว้ในบ้าน เวลา ทานอาหารหวานภายใน 30 นาทีหลังออกกำลังกาย ช่วงนี้ร่างกายจะย่อยน้ำตาลได้ดีที่สุด ทานโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ […]

อ่านรายละเอียด
นอนอย่างไรให้เพียงพอ

นอนอย่างไรให้เพียงพอ

Q: การนอนสำคัญอย่างไรกับร่างกายมนุษย์ A: เพราะกว่า 1 ใน 3 ของชีวิตคนเราคือความจำเป็นในการพักผ่อน ในเวลา 24 ชั่วโมงของ 1 วัน สุขภาพคนเราจะดีได้ ต้องมีการนอนหลับให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 7 – 8 ชั่วโมง แถมการนอนที่มีคุณภาพ นั่นไม่เพียงแค่หลับเฉยๆ แต่ยังรวมไปถึงการหลับที่สมบูรณ์ ที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งการจะนอนหลับเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีได้นั้น นอกจากจะเกิดจากปัจจัยในร่างกายแล้ว ยังต้องรวมไปถึงองค์ประกอบทั้งศาสตร์และศิลป์ในการดูแลสภาพแวดล้อมในห้องนอนอีกด้วย การนอนที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพดีทั้งในแง่ของการฟื้นฟูพละกำลัง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ โดยเฉพาะในเรื่องการทำงานของฮอร์โมนที่จะควบคุมการทำงานของร่างกาย และยังช่วยในแง่ของการเผาผลาญพลังงานที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยของการมีสรีระที่สวยงามตามธรรมชาติ การเจริญเติบโตตามวัย ตลอดจนยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง สามารถเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย เพราะความจำในส่วนของทักษะเช่น การวาดรูป เล่นกีฬา การคำนวณ การเล่นดนตรีหลังจากที่เราเรียนมาความจำเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในสมองในขณะที่เราหลับลึก ส่วนการพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอ,เจ็บป่วยง่าย, อ้วนง่ายขึ้น, สมรรถภาพทางเพศลดลง การทำงานของสมองและความสามารถในการตัดสินใจลดลง Q: นอนกี่ ชม. ถึงจะถือว่าเป็นการอดนอนทางการแพทย์ A: ในทางการแพทย์จะแบ่งการอดนอน ออกเป็น 2 ประเภ? […]

อ่านรายละเอียด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

ทุกปัญหาด้านสุขภาพเราช่วยคุณได้...กรุณาอย่าลังเลที่จะปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเรา